เรื่องน่ารู้ดูแลรถมือสอง อย่างไรให้มีอายุการใช้งานนาน ๆ

เรื่องน่ารู้ดูแลรถมือสอง อย่างไรให้มีอายุการใช้งานนาน ๆ

ในปัจจุบันต้องยอมรับว่ารถยนต์เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นและขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เหตุผลนั้นก็หนีไม่พ้นเรื่องเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทางมากกว่ารถโดยสารประจำทาง อีกทั้งยังสามารถเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้โดยไม่เสียต่อรถหลายทอดและเหนื่อยกับการเดินทางมากจนเกินไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายคนพยายามเก็บหอมรอมริบไว้สำหรับซื้อรถยนต์ไว้ใช้งาน แต่สำหรับคนที่มีงบประมาณน้อยหรือมีภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนจำนวนมาก จึงทำให้หลายคนมีข้อจำกัดในการซื้อรถยนต์มือหนึ่ง ด้วยเหตุนี้รถมือสอง จึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนงบน้อย เพราะนอกจากมีค่าใช้จ่ายในการออกรถน้อยกว่าแล้ว ในแต่ละเดือนยังมีค่าผ่อนชำระต่อเดือนน้อยว่ารถมือหนึ่ง รวมทั้งผู้ซื้อยังมีโอกาสชำระด้วยเงินสดได้ง่ายกว่าอีกด้วย อย่างไรก็ตามรถมือสอง เป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่ามีการเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ดังนั้นหากตัดสินใจซื้อรถมือสอง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การดูแลรักษารถให้มีอายุการใช้งานให้นานที่สุด แต่จะต้องดูแลรักษาอย่างไรบ้างนั้น วันนี้เรามีวิธีดี ๆ มาฝาก รับรองว่าช่วยให้รถมือสอง ของคุณเหมือนใหม่อยู่เสมอแน่นอน

  1. ก่อนเริ่มใช้งานควรเปลี่ยนอะไหล่ต่างที่มีการสึกหรอและถ่ายของเหลวทุกชนิดให้เหมือนเริ่มนับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ยางรถยนต์ ไส้กรองอากาศ แบตเตอรี่ ผ้าเบรก น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำมันเฟื่องท้าย น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ น้ำมันกระปุกพวงมาลัย น้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นเริ่มต้นนับอายุอะไหล่ของรถยนต์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ง่ายในการจดบันทึก นอกจากนั้นผู้ซื้อยังไม่อาจทราบได้ว่าผู้ขายเปลี่ยนอะไหล่และของเหลวภายในเครื่องยนต์เมื่อใด การเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดจึงช่วยเพิ่มความมั่นใจในเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพในการใช้งานอีกด้วย
  2. พยายามเปลี่ยนถ่ายของเหลวทุกชนิดตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 6 เดือนหรือเมื่อรถวิ่งได้ระยะ 8,000 – 10,000 กิโลเมตร แต่หากรถใช้งานหนักอาจเปลี่ยนทุก ๆ 5,000 กิโลเมตรหรือทุก 3 เดือน ส่วนน้ำมันเบรกควรเปลี่ยนถ่ายทุก ๆ ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ในขณะที่น้ำมันหล่อเย็นนั้นขึ้นอยู่กับกำหนดของแต่ละยี่ห้อ ซึ่งบางรุ่นอาจกำหนดที่ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร แต่บางรุ่นอาจกำหนดที่ 100,000-200,000 กิโลเมตร ในการตรวจสอบควรเปิดฝากระโปรงดูอาทิตย์ละครั้งเพื่อตรวจสอบระดับน้ำในหม้อน้ำ เป็นต้น อย่างไรก็ตามควรใช้น้ำมันและน้ำยาที่มีคุณภาพได้รับรองมาตรฐานจากหน่วงงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของรถให้นานขึ้น
  3. พยายามเช็ดทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่เมื่อคราบตะกรัน เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้มีปัญหาในการทำงานของรถยนต์ได้ ซึ่งวิธีการทำความสะอาดนั้นก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาเช็ดกระจกหรือถอดขั้วแบตเตอรี่จุ่มในน้ำร้อนเพื่อขจัดคราบสกปรก ที่สำคัญควรหมั่นเช็คระดับน้ำกลั่นและควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ทันทีเมื่อใช้งานครบ 1 ปีครึ่งแต่ไม่ควรเกิน 2 ปี
  4. ทำความสะอาดไส้กรองอากาศเมื่อเห็นว่าไส้กรอกอากาศสกปรก ซึ่งสามารถทำได้โดยการเป่าไล่สิ่งสกปรกออก แต่หากมีความสกปรกมากหรือมีอายุการใช้งานที่ 10,000 กิโลเมตรต้องทำการเปลี่ยนไส้กรองใหม่ เพื่อป้องกันเครื่องยนต์เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เครื่องยนต์มีอาการสั่น การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ และควันไอเสียมีสีดำเข้มจนเกินไป
  5. ตรวจสอบสภาพยาง หน้ายาง และดอกยางเสมอ ซึ่งถึงแม้ว่ายางรถยนต์ของ รถมือสอง ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพดีและพร้อมสำหรับการใช้งาน แต่อย่างไรก็ตามควรหมั่นตรวจสอบลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งและเติมลมยางให้อยู่เกณฑ์ที่เหมาะสมอยู่เสมอ เช่น รถเก๋งขนาดเล็กควรเติมลมยางให้อยู่ระหว่าง 25-30 ปอนด์ ส่วนรถเก๋งขนาดกลางถึงขนาดใหญ่จะอยู่ระหว่าง 30-35 ปอนด์ ในขณะที่รถกระบะควรเติมลมยางรถยนต์ไม่เกิน 65 ปอนด์
  6. หมั่นตรวจเช็คจุดรั่วซึมของของเหลวภายในเครื่องยนต์ หากมีคราบเหนียวหรือมีการลดลงของของเหลวอย่างผิดปกติจนเกินไป ควรรีบนำรถยนต์เข้าตรวจสอบหาสาเหตุและแก้ไขโดยช่างผู้เชี่ยวชาญก่อนนำรถไปใช้งานเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และเพื่อนร่วมทาง
  7. ตรวจสอบเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ สาเหตุเพราะเจ้าของเดิมอาจมีการเปลี่ยนอะไหล่เครื่องยนต์ โดยที่ผู้ซื้อไม่อาจรู้ได้ว่ามีการนำอะไหล่แท้มือหนึ่ง อะไหล่แท้มือสอง หรืออะไหล่เทียบมาเปลี่ยน เพราะฉะนั้นจึงควรตรวจสอบส่วนประกอบต่าง ๆ อยู่เสมอ หากพบว่ามีส่วนใดสึกหรอควรเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพดีก่อน เพื่อความปลอดภัยในระหว่างขับขี่และป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายมากกว่าเดิม
  8. ตรวจเช็คระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าในช่วงแรกอาจเป็นส่วนที่ไม่มีปัญหา แต่หากใช้รถยนต์ไปนาน ๆ ก็อาจเกิดปัญหาลัดวงจรได้ ส่งผลให้ระบบการทำงานมีปัญหาอุปกรณ์ต่าง ๆ ใช้งานไม่ได้ เช่น เครื่องเสียง ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟแสดงผลหน้าจอการทำงาน แต่ถึงอย่างนั้นก็อาจร้ายแรงถึงขั้นเครื่องยนต์ดับหรือไฟฟ้าลัดวงจรจนทำให้เกิดไฟไหม้ได้ เพราะฉะนั้นจึงควรหมั่นดูแลระบบไฟและนำไปให้ช่างตรวจสอบทันทีเมื่อพบว่าระบบไฟมีปัญหา เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับวิธีง่าย ๆ ในการดูแลรถมือสองให้มีอายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งนอกจากเป็นการช่วยไม่มีปัญหาในการใช้งานแล้ว ยังประหยัดเงินในการซ่อมบำรุงในระยะยาวอีกด้วย

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *